ทำไมนะ?แหล่งพลอยที่สำคัญของโลกนี้ จึงมักเป็นประเทศกำลังพัฒนา
เป็นความจริงที่ว่า แหล่งกำเนิด พลอย มีค่าที่สำคัญและมีชื่อเสียงระดับโลกหลายแห่ง มักตั้งอยู่ในประเทศที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา หรือที่มักเรียกกันว่า "ประเทศโลกที่สาม" ตัวอย่างที่ชัดเจน ได้แก่ ทับทิมจากเมียนมาร์และโมซัมบิก, ไพลินจากศรีลังกาและมาดากัสการ์, หรือมรกตจากโคลอมเบีย
2/5/20261 min read


เคยสงสัยไหมครับ? ว่าทำไมเวลาเราไปเดินตลาดพลอย หรือเปิดดูใบเซอร์พลอยแพง ๆ ชื่อประเทศที่เด้งขึ้นมามักจะเป็น เมียนมา, ศรีลังกา, มาดากัสการ์, แอฟริกาใต้ หรือโคลอมเบีย... ทำไมไม่ค่อยมีพลอย "Made in USA" หรือ "Made in UK" โผล่มาให้เห็นบ้าง?
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญนะครับ แต่มันมีเหตุผลแบบ "กันเอง" อยู่ไม่กี่ข้อที่ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้กลายเป็นตู้กับข้าวของวงการอัญมณีโลก
1. "ดวงดี" เพราะธรรมชาติเลือกมาแล้ว 🌋
ต้องยอมรับว่าพระเจ้าท่านค่อนข้างลำเอียงครับ พลอยส่วนใหญ่เกิดจากการที่เปลือกโลกชนกันหรือภูเขาไฟระเบิดเมื่อหลายล้านปีก่อน ซึ่งไอ้แนวรอยเลื่อนหรือจุดพีก ๆ ของธรรมชาติเนี่ย มันดันไปพาดผ่านโซนเอเชียใต้และแอฟริกาเป็นส่วนใหญ่
ประเทศเหล่านี้เลยเหมือนคน "ถูกหวย" ครับ นั่งทับขุมทรัพย์มหาศาลมานาน แร่ธาตุพวกโครเมียม วานาเดียม (ที่ทำให้พลอยมีสีสวย ๆ) มันดันมาสุมกันอยู่ตรงนี้พอดี
2. การทำเหมืองที่ยังใช้ "มือและใจ" ⛏️
พลอยต่างจากน้ำมันหรือถ่านหินตรงที่มัน "ขี้งอน" ครับ เราเอาเครื่องจักรยักษ์ ๆ ไปบด ไปเจาะแรง ๆ ไม่ได้ พลอยจะแตกหมด
ในประเทศกำลังพัฒนา ค่าแรงเขายังไม่สูงมาก และคนในพื้นที่เขามีทักษะการ "ร่อนพลอย" หรือขุดพลอยด้วยมือแบบดั้งเดิมที่เก่งสุด ๆ การใช้คนเดินหาตามตลิ่งหรือขุดหลุมเล็ก ๆ ด้วยมือนี่แหละ ที่ทำให้ได้พลอยงาม ๆ สภาพกริบ ๆ ออกมาสู่ตลาดได้มากกว่าการใช้หุ่นยนต์
3. กฎหมายและสิ่งแวดล้อมที่ยัง "ยืดหยุ่น" 📝
ลองไปขออนุญาตขุดหน้าดินในยุโรปดูสิครับ... กฎหมายสิ่งแวดล้อมเขี้ยวยาวลากดินแน่นอน! แต่ในประเทศกำลังพัฒนา การขอสัมปทานทำเหมืองพลอย (ที่ส่วนใหญ่เป็นเหมืองขนาดเล็ก) มักจะทำได้ง่ายกว่า
อีกอย่างคือในประเทศที่เศรษฐกิจยังไม่โตมาก "พลอย" คือทางลัดในการหาเงินเข้าประเทศที่เร็วที่สุด รัฐบาลเขาเลยสนับสนุนให้ขุดกันแบบเต็มสูบ เพื่อเอามาขายแลกเงินตราต่างประเทศนั่นเอง
4. ประวัติศาสตร์ "สายเลือดอัญมณี" 👴
คนในประเทศเหล่านี้เขาอยู่กับพลอยมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าครับ อย่างชาวศรีลังกาหรือเมียนมา เขามี "ตาเทพ" มองด้วยตาเปล่าก็รู้แล้วว่าก้อนหินขรุขระนี่คือไพลินหรือทับทิม
ความรู้พวกนี้มันส่งต่อกันมาจนกลายเป็นวัฒนธรรมการมีอยู่ของพลอย ทำให้เขารู้แหล่ง ขยันหา และรู้วิธีเอาตัวรอดในป่าเพื่อไปขุดพลอยออกมาให้พวกเราได้ใส่กัน
สรุปง่าย ๆ เลยก็คือ ประเทศเหล่านี้มีทั้ง "ของดีที่ธรรมชาติให้มา" บวกกับ "แรงงานที่พร้อมลุย" และ "ความจำเป็นทางเศรษฐกิจ" ครับ สามอย่างนี้รวมกันเลยทำให้เขากลายเป็นเจ้าตลาดพลอยโลกไปโดยปริยาย